ทฤษฎีแรก คือ ทฤษฎีปีเตอร์

ใจความสำคัญคือนักเล่นหุ้นต้องไม่เชื่อทฤษฎี เพราะว่าเมื่อทฤษฎีใดๆถูกใช้อย่างได้ผล คนก็จะแห่กันใช้ทฤษฎีนั้นตามๆกัน ทำให้กลายเป็นว่า ใครๆก็รู้ ผลตอบแทนจึงไม่ดี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อมีอะไรออกมามากๆ คุณค่าก็ย่อมลดลง  ดังนั้นนักเล่นหุ้นที่เก่ง จึงไม่ยึดติดกับทฤษฎีใดๆ เพราะตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก

 

ทฤษฎีที่สองคือ ทฤษฎีคนโลภ

พวกฝรั่งที่เล่นหุ้นมายาวนานกว่าเรา เขาสรุปว่า นักเล่นหุ้นที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือคนที่ขาดทุนนั้นส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความโลภและความกลัว  การเลือกหุ้นถูกตัวหรือเลือกผิดตัว อาจจะไม่สำคัญเท่ากับความโลภ ที่มักจะนำพาเราไปสู่อันตรายโดยไม่รู้ตัว ความกลัวก็นำพาเราให้กังวลกับอนาคตจนตัดสินใจผิดพลาด  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความเสียดาย  และความเพ้อฝันต่างๆที่นักลงทุนคิดมโนไปเอง ทำให้พลาดโอกาสสคัญๆไป ทฤษฎีนี้เชื่อว่า นักเล่นหุ้นหรือนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะแพ้ภัยตัวเอง

 

ทฤษฎีที่สาม ทฤษฎีคุณยาย

ฝรั่งช่างคิดคนหนึ่งนั่งเพลินๆ    พลันคิดได้ว่าคุณย่า คุณยาย คนเฒ่า คนแก่ มักจะมีนิสัยละเอียดรอบคอบ บางทีก็มากเกินความจำเป็น กว่าจะตัดสินใจอะไรได้แต่ละที ก็คิดแล้ว คิดอีก ทีนี้ถ้าคุณยายทั้งหลายเหล่านี้ จะซื้อหุ้นแต่ละทีคงคิดแล้วคิดอีก  ทีแรกว่าจะซื้อวันนี้ก็รอพรุ่งนี้ดีกว่า เผื่อราคาจะลงมาอีกหน่อย พอถึงพรุ่งนี้ก็อยากรอต่อไปอีกนิด เพราะอยากได้ส่วนลดเพิ่มอีก วันที่สามเห็นว่าหุ้นไม่ลง ก็กลัวว่าราคาจะไปไกลกว่านี้ ทันทีที่คุณยายตัดสินใจซื้อ นั่นคือเวลาที่เซียนหุ้นทั้งหลายได้เวลาขายแล้ว ตามทฤษฎีเขาบอกว่า ถ้าคนที่ละเอียดรอบคอบที่สุดได้เข้ามาซื้อหุ้นแล้วละก็ คงไม่มีใครจะมาซื้ออีกต่อไปแล้ว ถ้าอย่างนั้น ก็ถึงเวลาขายออกไป จึงเป็นที่มาของทฤษฎีคุณยาย เข้าตลาดเมื่อไหร่ ให้ขายหุ้นดีกว่า

ทฤษฎีแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

มีกฎลงทุนข้อหนึ่งบอกว่า ให้ซื้อตอนหุ้นราคาถูก แล้วขายตอนหุ้นราคาแพงๆ  แต่ว่าคนที่ฉลาดกว่าบอกว่า เขายอมซื้อหุ้นตอนราคาแพงเพื่อจะได้ขายได้แพงกว่า  หมายความว่า ให้ซื้อตอนหุ้นเริ่มขึ้น  ไม่ใช่ซื้อตอนหุ้นตกหรือซื้อตอนหุ้นแพงมากแล้ว เพราะหุ้นที่กำลังตกมักจะตกลงมากกว่าที่นึกตกลึกกว่าที่คิด ถ้าซื้อตอนหุ้นตก อาจพบว่าหุ้นนั้นยังจะตกต่อไปอีก ฝรั่งเขาสรุปทฤษฎีนี้ไว้ว่าคนโง่ทั้งหลาย  ไม่ชอบซ็อตอนหุ้นตกและไม่อยากซื้อตอนหุ้นขึ้น แต่ชอบซื้อ ตอนที่กำลังมีกระแสตามแห่กันเข้าไปเล่น เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไป  แมลงเม่ามักจะตื่นไฟ เต็มใจที่จะบินไปหาสิ่งอันตรายเอง

 

ที่ยกตัวอย่างมานี้ เรียกว่าเป็นทฤษฎีแบบบ้านๆ ไม่มีตัวเลขหรือหลักวิชาการอะไรรองรับ เพียงแต่เป็นข้อสังเกตของฝรั่งบางคนที่ เฝ้าสังเกตมาเนิ่นนาน และพูดกันปากต่อปาก บางทีก็เล่าขำขันกันสนุกๆ  แต่แปลกที่ปัจจุบันเรื่องราวแบบที่ยกตัวอย่างมา ก็มักจะเกิดขึ้นเป็นจริง  และเกิดอยู่บ่อยๆวนเวียนกันไปมา  ดังนั้นลองสังเกตตัวเองสิว่า เข้าข่ายทฤษฎีไหนบ้างหรือ  จะได้ไหวตัวทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อแบบคุณยาย และไม่ตกเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ